การเทรด CFD คืออะไร?

สัญญาการซื้อขายส่วนต่าง (Contract for Differences หรือ CFD) คือสัญญาที่สามารถเทรดได้ระหว่างลูกค้าและโบรกเกอร์
เมื่อทำการเทรด CFD จะมีการแลกเปลี่ยนส่วนต่างของมูลค่า (มูลค่าปัจจุบันและมูลค่าเมื่อสิ้นสุดสัญญา) ของตราสารบางประเภท

ซึ่งอาจเป็นหุ้น CFD ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ สกุลเงิน ตั๋วเงินคลังโลหะมีค่า ฯลฯ

หนึ่งในประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของการเทรด CFD คือ เทรดเดอร์อาจเก็งกำไรในการเคลื่อนไหวของราคาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอยู่จริง เทรดเดอร์มักจะซื้อหรือขายจำนวนหน่วย ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาคิดว่าราคาของตราสารการเงินดังกล่าวนั้นจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง

Windsor Brokers มีตราสาร CFD ให้เลือกเทรดได้มากมาย

ตัวอย่างด้านล่าง

สกุลเงิน CFD                          ดอลลาร์ออสเตรเลีย, ฟรังก์สวิสเซอร์แลนด์, ยูโรดอลลาร์, ปอนด์อังกฤษ…

หุ้น CFD                                    Apple, Ebay, Microsoft, Facebook…

ดัชนี CFD                                Dow Jones, Germany 30, Japan 225, Mini Nasdaq, Mini S&P 500, UK 100…

พลังงาน CFD                       น้ำมันดิบ UK, น้ำมันดิบ US Crude, ก๊าซธรรมชาติ, น้ำมันให้ความร้อน…

สินค้าโภคภัณฑ์ CFD         น้ำตาล, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, กาแฟ, ข้าวโพด…

ตั๋วเงินคลัง CFD                     German Bund Futures, 2 YR/ 5YR/ 10 YR US Treasury…

โลหะ CFD                                ทองคำ, แร่เงิน…

คุณลักษณะหลักของการเทรด CFD
เทรด CFD ได้อย่างไร?
ผลลัพธ์ที่เป็นบวก
ผลลัพธ์ที่เป็นลบ
คุณลักษณะหลักของการเทรด CFD
  • ตลาดเปิด 24/5 (24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์)
    สภาพคล่องสูง
    ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
    มีศักยภาพในการเทรดมากขึ้นเนื่องจากเลเวอเรจ (อัตราทดเพื่อเพิ่มเงินทุนที่ใช้ในการเทรด)
    ความสามารถในการทำกำไร/ขาดทุน ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนที่ไปในทางใดก็ตาม (ขึ้นหรือลง)
    มีโอกาสมากขึ้นในการจำกัดความเสี่ยงโดยใช้คำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Loss) และกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง
    CFD สามารถคาดการณ์ได้มากขึ้นด้วยการศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคและพื้นฐาน
    การเทรดสามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มการเทรดที่หลากหลาย ทั้งผ่านเดสก์ท็อป มือถือ เว็บ
    การเทรดสามารถทำได้โดยอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ (EA)
เทรด CFD ได้อย่างไร?

สามารถเทรด CFD ได้ตาม % มาร์จิน (จำนวนเงินที่เราใช้ลงทุนจริง หรือ หลักประกัน) และจะถูกกำหนดโดยขนาดของสัญญา เลเวอเรจ ค่าปิป (จำนวนจดทศนิยมของคู่สกุลเงิน) และทิศทาง

สำหรับในกรณีการขายก่อนแล้วจึงซื้อที่ราคาต่ำกว่า (Short Position) ลูกค้าจะเปิดการเทรดตาม ‘ราคาเสนอซื้อ’ (Bid) และจะปิดโพสิชันตาม ‘ราคาเสนอขาย’ (Ask)
สำหรับในกรณีการซื้อก่อนแล้วจึงขายที่ราคาสูงกว่า (Long Position) ลูกค้าจะเปิดการเทรดตาม ‘ราคาเสนอขาย’ (Ask) และจะปิดโพสิชันตาม ‘ราคาเสนอซื้อ’ (Bid)

หมายเหตุ: การเทรด CFD อาจมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

ตัวอย่าง:
Microsoft (สัญลักษณ์: MSFT)
ขนาดสัญญา: 1,000 หุ้น
ค่าหลักประกันขั้นต้น: 5%
เลเวอเรจบัญชี: 1:20

เช่น ลูกค้าเทรด MSFT 1 ล็อต = 1,000 หุ้น
ค่าหลักประกันขั้นต้นสำหรับ 1 ล็อต = 1,000 x 96.85 x 5% = $4,842.59

ผลลัพธ์ที่เป็นบวก

ลูกค้าตัดสินใจที่จะเปิด Long Position กับ MSFT 1 ล็อต:

เปิดโพสิชันตาม ราคา ‘เสนอขาย’: 96.85
ปิดโพสิชันตาม ราคา ‘เสนอซื้อ’: 98.85

ส่วนต่างราคา = 98.85 – 96.85 = + 2 x 1,000 = + $2,000

ผลลัพธ์ที่เป็นลบ

ลูกค้าตัดสินใจที่จะเปิด Short Position กับ MSFT 1 ล็อต:

เปิดโพสิชันตาม ราคา ‘เสนอซื้อ’: 96.85
เปิดโพสิชันตาม ราคา ‘เสนอขาย’: 98.85

ส่วนต่างราคา = 96.85 – 98.85 = – 2 x 1,000 = – $2,000

เมนู